รวมจักรวาล หนัง DC ยอดนิยมทั้งหมดทั้งปวง คนชอบดูหนัง วีรบุรุษ ห้ามพลาด!

ค่าย หนัง DC นับเป็นอีกหนึ่งค่ายภาพยนตร์ผู้ผลิต หนังวีรบุรุษ ดูหนังออนไลน์ใหม่ โด่งดังหลายเรื่องในตลอดตอนก่อนหน้านี้ แต่ว่าจะมีหนังที่ถูกทำจากคอมิกซ์เรื่องไหรบ้างที่ไปถึงเป้าหมาย เรื่องอะไรบ้างที่ทำเงินปริมาณมากมาย จักรวาล Hero ดีซี คนใดกันที่แฟนๆถูกใจเยอะที่สุด เรื่องจะมีเรื่องมีราวอะไรบ้างมาดูกันได้เลย

หนังวีรบุรุษ ค่าย DC ยอดนิยมเยอะที่สุด
1. Batman v Superman : Dawn of Justice (2016)

กางทแมน เป็นวีรบุรุษที่ทุกคนรู้จักกันอย่างดีเยี่ยมอยู่แล้ว แน่ๆว่า Batman เป็น หนังดีซี ที่ประสบผลสำเร็จเยอะที่สุดรวมทั้งเมื่อจำต้องมาปะทะกับ Hero อย่าง Superman แน่ๆว่ามันก็ยิ่งทำให้ หนังรวมวีรบุรุษ DC บรรลุความสำเร็จไปมากกว่าเดิม ด้วยความแรงของ หนังถูกทำจากคอมไม่กซ์ ประเด็นนี้เป็นหนังยอดฮิตที่บรรลุเป้าหมายสูงที่สุดในค่ายของ ดีซี

รายได้เฉพาะในอเมริกา: 330.3 ล้านเหรียญ
รายได้รวมทั้งโลก: 873.6 ล้านเหรียญ

2. Wonder Woman (2017)

วันเดอร์ วูแมน วีรบุรุษสาว ผู้ดังจาก คอมมิค ที่กลับไปถึงเป้าหมายมากมายก่ายกองหัวข้อนี้ ถูกเห็นว่าบางทีอาจไม่ปังมากสักเท่าไรนักภายหลังจากหนังเริ่มเปิดกอง แม้กระนั้นด้วยความสวยสดงดงามรวมทั้งเย้ายวนของผู้แสดงนำฝ่ายอย่าง Gal Gadot รวมทั้งฉากบู๊สุดตระการตา ก็ทำให้ Wonder Woman เปลี่ยนเป็น หนังซุปเปอร์วีรบุรุษ ที่ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งรวมทั้งปัจจุบันในปี 2020 ภาค ของ วันเดอร์ วูแมน ก็จัดแจงลงโรงฉายแล้วเหมือนกัน

รายได้เฉพาะในอเมริกา: 412.5 ล้านเหรียญ
รายได้รวมทั่วทั้งโลก: 821.8 ล้านเหรียญ

3. Suicide Squad (2016)

ไม่เพียงแค่ หนังวีรบุรุษ เพียงแค่นั้นที่บรรลุผลสำเร็จ แม้กระนั้น หนังคนร้าย อย่าง Suicide Squad ก็ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งด้วยด้วยเหมือนกัน เพราะว่าไม่เพียงแค่เหล่าบรรดาผู้แสดงนำฝ่ายอย่าง Will Smith เพียงแค่นั้นแต่ว่าดาราคนอื่นอย่าง Jared Leto, Margot Robbie, Joel Kinnaman, Viola Davis, Jai Courtney, Jay Hernandez, Adewale Akinnuoye-Agbaje, Ike Barinholtz, Scott Eastwood และก็ Cara Delevingne ก็ยิ่งทำให้แฟนหนังทุกคนต่างเผ้าคอยให้หนังหัวข้อนี้เข้าฉาย ท้ายที่สุดเมื่อได้เข้าฉาย หนังค่ายDC ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง รวมทั้งหนังประเด็นนี้ยังสร้างชื่อให้กับ Jared Leto ในบท Joker ด้วยเช่นเดียวกัน

รายได้เฉพาะในอเมริกา: 325.1 ล้านเหรียญ
รายได้รวมทั่วทั้งโลก: 746.8 ล้านเหรียญ

4. Man of Steel (2013)

Superman วีรบุรุษ คนแรกจาก ค่ายDC จากของเดิมวีรบุรุษผู้แกร่งจาก คอมมิค แล้วก็ถูกเอามาผลิตเป็นภาพยนต์นับไม่ถ้วน ในที่สุดเกียรติศักดิ์ของ ซุปเปอร์นแมน ก็ประสบผลสำเร็จอย่างล้นหลามในชื่อของ Man of Steel ภายหลังจากถูกนำไปสร้างในหลายภาคแต่กลับล้มเหลว ในที่สุดจากความเป็นจริงเป็นจังของ DC และก็ Warner Bros. ก็ทำให้ Super Man กลับมามีชื่อเสียงรวมทั้งปัดกวาดเงินทั้งโลกไปอย่างมากมาย

รายได้เฉพาะในอเมริกา: 291.0 ล้านเหรียญ
รายได้รวมทั้งโลก: 668.0 ล้านเหรียญ

5. Justice League (2017)

Justice League บางทีอาจปัดกวาดรายได้ไปอย่างน่าพึงพอใจ แต่ว่าดูท่าผู้ผลิตจะไม่ชอบใจกับผลที่ออกมาเท่าไรนัก เพราะเหตุว่าหนัง จักรวาลDC ประเด็นนี้ถูกทาง Warner Bros. มุ่งหวังเอาไว้มากมาย รวมทั้งในระหว่างสร้างผู้กำกับอย่าง Zack Snyder ดันเกิดขึ้นมาถอนตัวจากปัญหาภายในครอบครัว ทำให้บทที่ออกมาของเรื่องมองคนละทิศคนละทางไปกันหมด แต่ว่าในที่สุดด้วยฉากต่อสู้สุดมัน สุดยอดเยี่ยม รวมทั้ง CG ที่ละลานตาก็ทำให้ Justice League ปัดกวาดรายได้เป็นที่น่าพึงพอใจด้วยเหมือนกัน

รายได้เฉพาะในอเมริกา: 229.0 ล้านเหรียญ
รายได้รวมทั้งโลก: 657.9 ล้านเหรียญ

ทั้งหมดทั้งปวงนี้เป็นเหล่าบรรดา หนัง DC ที่บรรลุเป้าหมายสูงที่สุดในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้คุณเป็นแฟน หนังค่าย ดีซี แล้วละก็ห้ามใจรอคอยอีกนิด เนื่องจากว่าในอนาคตการันตีว่า ดีซี จะผลิตหนังที่น่าดึงดูดออกมาโดยตลอดแน่ๆ

ติดตามทุกการ จัดลำดับหนังน่าดู รีวิวหนังใหม่ รวมหนังที่ได้รับความนิยม ทุกแนวที่มีอยู่บนโลกใบนี้หนังเรื่องไหนได้รับความนิยมเรื่องไหนเป็นที่นิยมสูงที่สุดพวกเราได้รวมเอาไว้ให้ท่านติดตามทาง : http://www.movie-mai.com/

ดูหนัง The Spy Who Dumped Me

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Spy Who Dumped Me หรือชื่อไทยว่า 2 สปาย ปลอมตัวผ่านโลก สองนักแสดงสายคอเมดี้ระดับแถวหน้าของวงการ “ไม่ลา คูนิส” (Bad Moms, Ted) รวมทั้ง “เคต แมคคินนอน” (Rough Night, Masterminds) เตรียมการมาร่วมแท็กทีมจัดเต็มเสียงหัวเราะจากผู้ชมให้ลั่นกันไปข้างกับ “ตัวอย่างแรก” ของผลงานภาพยนตร์แอคชั่น-คอเมดี้ที่อีกทั้งบันเทิงใจรวมถึงฮาไปพร้อม “The Spy Who Dumped Me” กับเรื่องราวของ “ออเดรย์” (ไม่ลา คูนิส) แล้วก็เพื่อนพ้องสาว “มอร์แกน” (เคต แมคคินนอน) ที่ชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปชั่วกัลปวสาน เมื่อ “ดรูว์” (จัสติน คุณโรซ์) แฟนเก่าของคุณโผล่มาที่อพาร์ตเมนต์กับกรุ๊ปมือสังหารที่ตามหลังมาเป็นลูกพรวน ทั้งสองงัดขั้นตอนการต่อสู้รวมทั้งหนีเอาชีวิตรอดจนตราบเท่าพวกท่านเองยังจะต้องแปลกใจ หนำซ้ำพวกท่านยังได้ไปลักขโมยแฟลชไดร์ฟที่เก็บความลับดีจากศพของมือสังหาร ก่อนที่จะปลอมตัวเป็นสายออกไปทำภารกิจสุดฮาเพื่อช่วยโลก


Audrey (Kunis) and Morgan (McKinnon) are best friends who unwittingly become entangled in an international conspiracy when one of the women discovers the boyfriend who dumped her was actually a spy.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว The Spy Who Dumped Me – 2 สปาย ปลอมตัวผ่านโลก
— 8.5/10 —
“โคตะระครึกครื้น เพลิดเพลินใจได้ทุกนาที เต็มไปด้วยความฮาและแอ็คชั่นสุดมัน รุนแรงถึงแม้ตลกขบขัน พอดิบพอดีอย่างบอกไม่ถูก”

อีกหนึ่งหนังสาย ที่บอกเลยว่า ถ้าได้ดูเรื่องนี้ก่อนจะมาทำลิสต์หนัง “11 หนังสายที่ไม่ต้องแอดูแบบลับๆ” ได้เพิ่มมาเป็น 12 เรื่องแน่ๆเกี่ยวกับเรื่องของคู่หูเพื่อนซี้สองสาว Audrey (Mila Kunis) และก็ Morgan (Kate McKinnon) โดยเรื่องยุ่งๆวายป่วงมันอยู่ที่คนรักเก่าของ Audrey ดันเป็นสาย Drew (Justin Theroux) และจากนั้นก็กำลังโดนตามไล่ฆ่า แถมคุณยังจับแฟลชไดร์ฟที่มีความลับเยี่ยมที่สุดอยู่ในนั้น ทำให้พวกท่านต้องงัดเอาทุกกลวิธีเพื่อหนีเอาชีวิตรอดอย่างสุดชีวิต

จึงควรขอติดอกติดใจสำหรับเพื่อการแสดงของทั้งคู่จำนวนมากๆทั้ง Mila Kunis รวมถึง Kate McKinnon ที่เล่นได้เข้าขากันอย่างใหญ่โต มองดูเหมาะสมกับหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง ทั้งคู่มองดูพอดิบพอดี ความเล่นใหญ่ของ Kate McKinnon ที่เรียกเสียงหัวเราะได้แทบจะตลอด และก็ Mila Kunis ที่รับส่งกันได้อย่างดีเยี่ยม ราวกับด้นสดกันยังไงแบบงั้น แม้โครงเรื่องจะมองดูธรรมดา รวมถึงอาจจะซ้ำจากจำเจไปเสียหน่อย ได้กลิ่นอายความเป็นหนังเรื่อง Killers (แสดงนำโดย Asthon Kutcher รวมทั้ง Katherine Heigl) แต่ค่อนจะประทับใจเรื่องนี้มากกว่า

หนังเกือบจะ 2 ชั่วโมง (116 นาที) ที่ไม่มีตอนไหนน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย การดำเนินเรื่องที่เร็วทันใจ รวมถึงเพลินใจได้ตลอดเวลา เปิดด้วยฉากแอ็คชั่นสุดมัน รุนแรง ยิงกันเปรี้ยงปร้างพื้นสั่น (มันสั่นจริงๆนะ ไม่เคยรู้ว่าตัวหนังเจตนาทำให้ฉากแอ็คชั่นเสียงดังๆหรือเปล่า) ถึงแม้ว่าก็ยังมีฉากขบขันๆที่เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดทั้งเรื่อง รุนแรงแม้กระนั้นตลกขบขัน เหมาะสมแล้วหลังจากนั้นก็พอดิบพอดีอย่างไม่น่าเชื่อ มุกแต่ละมุก จังหวะปล่อยมุก ฉากตลกโปกฮาก็ทำเป็นดี ฉากแอ็คชั่นก็ทำเป็นยอดเยี่ยม เป็นหนังสายที่ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องคิดมากไม่น้อยเลยทีเดียว เข้าไปเอาฮากับสองศิลปินหลักและรับฉากแอ็คชั่นได้เต็มที่เลย

ขอหักคะแนนในด้านดาราบางตัว ที่ออกมาน้อยจนกระทั่งโชคร้าย – -’’ กับอีกหนึ่งเกิดเรื่องราวน้อยที่เชิญชวนให้เรารู้สึกตะหงิดๆจิตใจนิดหน่อย (บอกไม่ได้มิเช่นนั้นมันจะสปอยล์น้าาาา)

โดยรวมแล้ว The Spy Who Dumped Me เป็นหนังที่น่าจะไปดูอย่างมาก ถ้าหากผู้ใดกันแน่ได้ดูหนังสายเครียดๆอย่าง Mission Impossible: Fallout ไปแล้ว หัวข้อนี้ก็เป็นหนังสายฮาๆที่จำเป็นต้องไปดูด้วยด้วยเหมือนกัน ปรารถนาหาอะไรครื้นครึกๆประเด็นนี้ตอบปัญหาสุดๆ!!!

เสนอแนะเว็บไซต์หนัง มองตอน วัววิด 19

เว็บไซต์ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตฟรี ดูหนัง zonenung.com หนังการ์ตูน,หนังดราม่า,ภาพยนตร์ตลก,หนังต่อสู้แอคชั่น,หนังเผชิญภัย,หนังผี,หนังตื่นเต้น,หนังรักโรแมนติก,หนังสารคดี,หนังอาชญากรรม,หนังเพลง,หนังแฟนตาซี,หนังไซไฟ ในการดูหนังใหม่ปัจจุบันด้วยความแหลมคมชัดระดับ HD ตั้งแต่ 360px, 480px, 720px และก็ 1080px ไปจนกระทั่งความแหลมคมชัด 4K หรือ Ultra HD ดังนี้สำหรับในการเลือกดู หนังออนไลน์มันๆกับพวกเราผู้ชมจะต้องเลือกความละเอียดหนังตามความเร็วอินเตอร์เนทของท่านในแบบ 3G 4G Wifi และก็ Hi-Speed Internet อย่างเหมาะควรม

รีวิวหนัง The Upside – ดิ อัพไซด์

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Upside หรือชื่อไทยว่า ดิ อัพไซด์ “The Upside” (ดิ อัพไซด์) เป็นภาพยนตร์ที่รีเมกจากเรื่อง The Intouchables (ดิ อินทัชเชเบิ้ลส์) ของประเทศฝรั่งเศส ออกฉายเมื่อปี 2554 รวมทั้งเลื่องลือทำรายได้ถล่มทลายมาแล้ว เรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริง ระหว่าง ฟิลิป (ไบรอัน) มหาเศรษฐีผู้ทุพพลภาพจากอุบัติเหตุ ทำให้เขาเป็นอัมพาตเกือบจะตลอดตัวและก็ใช้เวลาที่เหลือตลอดชาติอยู่บนรถเข็น จนถึงได้มาพบกับ เดลล์ (เควิน) อดีตกาลผู้ต้องขัง ว่างงาน อยากได้เริ่มชีวิตใหม่ และก็จู่ๆคนสองคน ที่แตกต่างกันสุดขีด ก็ได้มาร่วมงานกัน เดลล์มาเป็นพยาบาลส่วนตัวฟิลลิปอย่างไม่ตั้งใจ แต่ว่าเป็นความเต็มอกเต็มใจของเจ้านายอย่างฟิลลิปที่อยากได้เขามาดูแล ถึงแม้ว่าจะถูกโต้เถียงจาก ยีวอน (นิโคล คิดแมน) เลขาส่วนตัวของเขาก็ตาม ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มแรกของมิตรภาพที่มาจากไม่เหมือนกันแล้วก็นำมาซึ่งความสัมพันธ์อันมั่นคง


A comedic look at the relationship between a wealthy man with quadriplegia and an unemployed man with a criminal record whoandapos;s hired to help him.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีเมคมาเป็นเวอร์ชั่นอเมริกานะครับ

รีวิวหนัง The Danish Girl – เดอะ เดนนิช เกิร์ล

เรื่องย่อหนัง

หนัง The Danish Girl หรือชื่อไทยว่า เดอะ เดนนิช เกิร์ล The Danish Girl เป็นเรื่องราวความรักอันน่าทึ่งของลิลี่ เอลบี (เล่นบทโดย เอ็ดดี้ เรดเมย์น ดาราหนังรางวัลออสการ์จาก The Theory of Everything) และก็เกอร์ด้า เวเกเนอร์ (สวมบทโดย อลิเชีย วิกันเดอร์ จาก Ex Machina) ภาพยนตร์กำกับการแสดงโดยผู้กำกับรางวัลออสการ์ ทอม องค์การอนามัยโลกเปอร์ (จาก The King’s Speech แล้วก็ Les Misérables) ภาพยนตร์พรีเซนเทชั่นเรื่องราวการสมรสของลิลี่แล้วก็เกอร์ด้าแล้วก็อาชีพช่างวาดภาพที่นำพาลิลี่ไปสู่การค้นหาตนเองแล้วก็ความเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

วิภาควิจารณ์ หนัง

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผ่านเพศที่เล่าย้อนยุคอาจมิได้เป็นหัวข้อที่สดใหม่อะไร แม้กระนั้นสิ่งที่น่าเฝ้าดูเป็นการกลับมาอีกทีของผู้กำกับมือรางวัลออสการ์ผู้มีเครดิตวิจิตรตระการตาอย่าง The King's Speech The King's Speech (2010) Les Misérables Les Misérables (2012) ตามติดกับผู้แสดง Eddie Redmayne ผู้ครอบครองรางวัลผู้แสดงนำฝ่ายชายดีเลิศจาก The Theory of Everything

แล้วก็ตัวหนัง The Danish Girl เองนั้นนับว่าเป็นหนังที่เรียกร้องการทำงานด้วยกันระหว่างสุนทรียะของเพศผู้ดูแลรวมทั้งผู้แสดงนำฝ่ายสูงมากมาย ด้วยเหตุว่า Tom Hooper เลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของผู้ชายผู้ค้นพบว่าตามที่เป็นจริงแล้วตนเองเป็นเพศหญิงรวมทั้งกำลังเบาๆไม่มีแรงต่อต้านการเปลี่ยนผ่านจากข้างในมาสู่จริตด้านนอกผ่านภาษากายที่ประณีตบรรจงรวมทั้งแม่ยำทางความรู้สึกมากมายๆผ่านการแสดงสุดท็อปฟอร์มของ Eddie Redmayne ที่ว่ากันว่ามันเยี่ยมที่สุดกว่าบท Stephen Hawking ใน The Theory of Everything ที่ส่งให้เขาชนะรางวัลออสการ์เสียอีก

อีกผู้แสดงที่น่าดึงดูดไม่แพ้กันเป็น Gerda Wegener สาวจิตแขนผู้เป็นคู่รักของ Einar Wegener ผู้จำต้องแบกภาระทางจิตใจอย่างมากครึ้มรุนแรงเมื่อผัวที่คุณรักยิ่งกลับต้องการเป็นหญิงเหมือนกันกับคุณ ในสมัยนั้นซึ่งการข้ามเพศถูกสบประมาทว่าเป็นโรคจิตเภทที่จะต้องรักษาให้หาย หรือบางทีอาจถูกคุมขังแบบผู้เจ็บป่วยจิต คุณจำต้องแบ่งรับแบ่งสู้กับภาระหน้าที่ทั้งๆที่จะต้องคุ้มครองป้องกันผัวของตนเองแล้วก็ความเจ็บในใจตนเองเมื่อตัวตนของผัวที่เคยรักเบาๆเลือนหายไปในร่างกายชายแต่งหญิงที่ต้องการจะเป็นเพศหญิงที่บริบูรณ์

การได้ดูหนังประเด็นนี้ราวกับการได้ดูภาพของจิตแขนที่สะท้อนความประณีตและวิจิตรบรรจง ความสวยงามเจ็บปวดรวดร้าวของชีวิตที่ดิ้นรนได้อย่างเต็มที่อรรถรสเนื่องจากว่านักแสดงแต่ละคนที่มีส่วนถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบช่างผสานรวมกันได้อย่างดียิ่งพอดีดีล้นเกิน

รีวิวหนัง ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ – How To Ting

เรื่องย่อหนัง

หนัง Happy Old Year เมื่อหญิงคนหนึ่งต้องการจะรีโนเวทบ้าน รวมทั้งโละของที่ไม่มีความสำคัญทิ้ง แม้กระนั้นเมื่อคุณพบของอะไรบางอย่างที่เป็นของคู่รักเก่าคุณ คุณก็เลยพบว่าการจะทิ้งอะไรสักอย่างไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆแม้ว่ามันจะไม่เป็นประโยชน์ แม้กระนั้นมันมีเรื่องมีราวราวให้รำลึกถึง คุณจำเป็นต้องตกลงใจว่าจะทำเช่นไรกับของคู่รักเก่าดี ถึงจะเป็นการทิ้งที่บริบูรณ์ที่สุด

วิภาควิจารณ์ หนัง

ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งยังไงไม่ให้เหลือคุณ

" เมื่อข้าวของเป็นภาชนะเก็บกักความจำต้นแบบหนึ่ง! "

115 min | Drama | Directed by Nawapol Thamrongrattanarit

     เรื่องราวของ จีน หญิงสาวคนหนึ่งที่มีแนวความคิดปรารถนารีโนเวทบ้านให้เป็นสไตล์ไม่นิมอล โล่งเตียนๆสะอาดๆแม้กระนั้นภูมิลำเนาๆของคุณกลับเต็มไปด้วยข้าวของมากที่ถูกเก็บสะสมมาตั้งแต่ยังเด็ก ภารกิจการเคลียบ้านครั้งใหญ่ก็เลยเริ่มขึ้น แม้กระนั้นมันก็ไม่ง่ายเลยเมื่อข้าวของแต่ละชิ้นล้วนเคยมีเจ้าของ มีเรื่องมีราวราว แล้วก็ความจำที่เกี่ยวเนื่องกับมัน

     หนังเจ๋งมาก มันเป็นการยกฐานะอีกขั้นจาก ฟรีแลนซ์ ที่โอกาสนี้เรื่องราวมันมองไม่นิมอลขึ้น จับจับและก็สัมผัสกับหนังได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น แม้กระนั้นมิได้แมสขึ้นนะ หนังยังคงมีความเป็นเต๋อ นวพล อย่างมาก แต่ว่าไอเดียการสำรวจตนเองของนักแสดงในเรื่องกับธีมการจัดบ้านนี่เป็นอะไรที่น่าดึงดูดแล้วก็ถูกดีไซน์มาได้อย่างดียิ่ง การวางแบบ การเซ็ตไดอะล็อก อิริยาบถนักแสดงเป็นอะไรที่พวกเราสามารถมองเห็นได้จากหนังพี่เต๋ออยู่แล้ว แต่ว่าก็ใช่ว่าลายเซ็นนี้จะเป็นกำแพงมากั้นผู้ชมทั่วๆไป อย่างที่บอกไปขอรับ พวกเราอินกับมันได้ง่ายสุดๆ 

     การแสดงของผู้แสดงในเรื่องเป็นสิ่งที่จำเป็นมากมาย ทุกคนถ่ายทอดอารมณ์อะไรหลายๆที่หนังต้องการจะสื่อได้เต็ม 100% อย่างถ้าเกิดผู้ใดกันแน่ได้ดูตัวอย่างคงจะได้มองเห็นซีนที่ วางแบบ ทำหน้าเสมือนจะยิ้มแต่ว่าก็ร้องไห้เศร้าใจในขณะเดียวกัน พวกเราได้มองเห็นความยอดเยี่ยมอย่างงั้นตลอดทั้งเรื่อง ดีไซน์ทำเป็นดีเลิศจริงๆครับผม ต่อยอดจากฉลาดหลักแหลมเกมคดโกงได้สุดมากมาย แต่ว่าที่เกินคาดเป็นพี่ซันนี่ มาไม่มากมายแต่ว่าอิมแพ็คกับหนังเลย ไหนจะนักแสดงสมทบอีก มันมองไม่ค่อยมากแต่ว่าทุกคนปฏิบัติหน้าที่ก้าวหน้ามากมายจริงๆ 

     นี่บางทีอาจเป็นภาพยนตร์ไทยอีกหัวข้อที่เข้าขั้นว่า ดีเลิศที่สุดเรื่องนึงในปีนี้เลยก็ว่าได้ ถ้าคุณเป็นผู้ที่อยู่ในตอนเปลี่ยนแปลง คร่ำครวญหาอดีตกาล หรือกำลังจะมูฟออนจากจุดไหนจุดนึง ประเด็นนี้มันอาจจะเสมือนลูกศรยิงมาปักกึ่งกลางอก กึ่งกลางหัวเลย เจ็บจี๊ด โดนจี๊ดๆแน่ๆ 

รีวิวหนัง I Still See You – วิญญาณเห็นตาย

เรื่องย่อหนัง

หนัง I Still See You หรือชื่อไทยว่า วิญญาณมองเห็นตาย เบลล่า ธอร์น แสดงนำในรูปภาพยนตร์โรแมนว่ากล่าวคเขย่าขวัญพล็อตแหวก I Still See You เรื่องราวของโลก 10 ปี ข้างหลังกำเนิดภัยมรณะปัญหา ที่เอาชีวิตมวลชนไปๆมาๆกมาย โดยทิ้งเอาไว้แต่ว่า ภาพวิญญาณ ของเหยื่อ โรนี่ (สวมบทบาทโดย เบลล่า ธอร์น) ถูกภาพวิญญาณตนหนึ่งรุกรามจากโลกหลังความตาย โรนี่ จำเป็นต้องร่วมมือกับ เคิร์ก เพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันผู้ลึกลับเพื่อจัดการ พวกเขาจำเป็นต้องดำตรงสู่โลกที่ปัญหาที่เส้นกันระหว่างคนเป็นรวมทั้งผู้เสียชีวิตเริ่มลางเลือน สำหรับในการแข่งกับเวลาเพื่อหาตัวคนร้ายอัจฉริยะก่อนจะสายเหลือเกิน


Set nine years after an apocalyptic event that killed millions and left the world inhabited by ghosts.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว – I Still See You – วิญญาณ มองเห็น ตาย
— 5/10 —
หนังผีต้นปีที่ไม่ดีเอาซะเลย
“เว้นแต่หุ่นเป๊ะของ Bella Thorne แล้ว หัวข้อนี้ก็ไม่มีอะไรน่าดูอีก”

อาทิตย์แรกของต้นปี ที่ไม่ค่อยจะมีหนังเข้าสักเท่าไหร่ นอกเหนือจาก Family Instant รวมทั้ง Green Book ที่มองไปแล้วและไม่ผิดหวังเลย แถมยังถูกใจอีกต่างหาก ส่วนตัวก็เลยมีความรู้สึกว่าในหนึ่งอาทิตย์มันจะต้องมีหนังที่ออกจะห่วยอยู่สักเรื่องละน่า แล้วก็โน่น… Jackpot ก็คือประเด็นนี้นี่แหละ

I Still See You เป็นหนังที่สร้างขึ้นจากนิยายชื่อ Break My Heart 1,000 Times เป็นหนังพล็อตแปลก ประดิษฐ์ ที่เล่าเกี่ยวกับเหตุบางสิ่งบางอย่างที่เอาชีวิตคนไปๆมาๆกมาย กระทั่งทำให้เหลือแค่เศษเสี้ยวของวิญญาณที่ปรากฏให้คนเห็นอยู่เป็นประจำ แม้กระนั้นแล้วนางเอกของเรื่องก็โดนวิญญาณตนหนึ่งรุกราม คุณรวมทั้งสหายของคุณก็เลยจะต้องสืบเสาะหาต้นเหตุว่าเพราะเหตุไร แม้กระนั้นยิ่งทำแบบงั้น คุณยิ่งรู้เรื่องราวที่ปกปิดไว้เป็นความลับบางสิ่งที่อันตรายขึ้นเรื่อยแม้กระนั้นแม้ว่าเรื่องราวมันคงจะพอใจสักขนาดไหน มันก็ช่วยหนังประเด็นนี้มิได้จริงๆ

หนังแนวโรแมนติก-สยองขวัญ ที่มีพล็อตที่ประดิษฐ์ แปลกใหม่สุดๆรวมทั้งคงจะเล่นอะไรได้เยอะแยะดี แม้กระนั้นมันก็เปลี่ยนเป็นหนังปกติประเด็นนี้ที่ไม่น่าจำเอาซะเลย

หนังมีปัญหาตั้งแต่เริ่มเรื่อง กับหลักสำคัญของนางเอกแล้วก็บิดา เพราะเหตุว่าทั้งสองมองรักกันมากมาย อาวรณ์อยู่เสมอ แม้กระนั้นหนังกลับเจาะลึกใจความสำคัญดราม่าของสองบิดาลูกมากแค่ไหนเลย โน่นรวมทั้งไปถึงผู้แสดงนำชายหน้ามึน ที่มองเป็นเด็กลึกลับ เพื่อนพ้องแต่ละคนเกลียดชังมองเป็นคนแปลก ก็ไม่บอกเหตุผลว่าเพราะอะไรอยู่ดี ทั้งที่มีหัวข้อบางสิ่งเกี่ยวกับบิดาแบบเดียวกัน แต่ว่าก็ปลดปล่อยปะไม่มีความเอาใจใส่ ไม่สนใจเงื่อนนี้ดุจได้แก่นางเอกเอก ได้แต่ว่าเอ๋ยถึงแค่เพียงไม่กี่ประโยคเพียงแค่นั้น จริงๆมันไม่ใช่แค่นั้น จริงๆเป็นทุกนักแสดงในหัวข้อนี้ต่างมิได้ปูพื้นข้างหลังของแต่ละนักแสดงเลย พวกเรามองเห็นหน้าปุบปับ ค่อยมารู้เรื่องราว นิดๆแล้วจบไป ให้น้ำหนักกับนักแสดงน้อยอย่างยิ่ง พวกเราก็เลยไม่เคยทราบสึกอินหรือเข้าถึงผู้แสดงใดเลยแม้แต่น้อย

สิ่งที่ดีเยี่ยมที่สุดของนักแสดงอาจเป็น Bella Thorne ที่มีฉากมาอวดหุ่น อวดร่างสุดชวนมองให้ตาตื่น หายง่วงนอนได้อยู่พักนึง กับผีสุดหล่อใส่บ็อกเซอร์มาหลอกก็คงจะทำให้ผู้หญิงต้องการโดนหลอกไปตามๆกันด้วยเหมือนกัน

พวกเราเอาแต่ได้ยินพวกที่มองเห็นผีเสมอๆบอกอยู่ตลอดว่า “แยกไม่ออกแล้วไหนคนจริงไหนผี” ซึ่งคำบอกเล่านี้น่าดึงดูด รวมทั้งดูตัวอย่างเว็บไซต์แรกก็นึกว่ามันควรเป็นแบบงี้ขึ้นมาโดยทันที แม้กระนั้นมันไม่ใช่ซะงั้น ด้วยเหตุว่าสิ่งที่มีปัญหาถัดมาเป็นพวกเหล่าผีนี่แหละ ที่แรกๆก็ทำเป็นดีนะ กับการนางเอกมองเห็นจนเกิดความเคยชินตา กระทั่งขับชนผ่านไปอะไรทำนองนั้น แม้กระนั้นฉากเมืองที่เต็มไปด้วยผี กลับมีให้มองเห็นการเดินทะลุน้อยมาก เกือบเป็บศูนย์ ราวกับเอาคนมาเดินเพ่นพ่าน มิได้ตื่นเต้น แปลงเป็นฉากน่ารำคาญฉากนึงไปโดยปริยาย

สรุป มองผ่านไปก็อาจจะไม่เสียดายอะไรสักเท่าไหร่หรอก เว้นแต่คุณจะเป็นแฟนๆ Bella Thorne แล้ว มันก็ขาดเหตุผลมากพอให้เสียตังไปดูหัวข้อนี้จริงๆซื้อนิยายอ่านคงจะเวิร์คกว่า (มั้ง) หากแม้หนังจะมานะเอาหลายๆแนวมารวมกัน อีกทั้งโรแมนติก สยองขวัญ ตื่นเต้น แต่ว่าหนังก็ทำไม่ได้สักเรื่องเลย

In the Tall Grass อะไรที่บอกว่าน่ากลัว วิ่งจบป่าราบ

[รีวิว] In the Tall Grass หนังที่ผู้สร้างบอกน่ากลัวระดับ Hereditary

ที่บางที่จู่ๆ ก็มีชีวิต ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิยายเรื่องสั้นของสตีเฟน คิงแล้วก็โจ ฮิลล์ เกิดเรื่องราวของคู่ลูกพี่ลูกน้อง เบ็กกี้และก็คาลที่ได้ยินเสียงร้องของเด็กผู้ชายหายไปในท้องทุ่งสูง ทั้งคู่รุดเข้าไปในทุ่งเพื่อช่วยเขา แต่เจอพลังเลวร้ายที่ทำให้จะต้องหลงทิศแล้วก็พลัดหลงกัน ภายหลังจากตัดขาดจากโลกด้านนอกแล้วก็หนีออกมาจากพลังยั่วยวนใจของทุ่งที่นี้มิได้ เบ็กกี้แล้วก็คาลก็เลยได้รับรู้ว่าสิ่งที่ชั่วร้ายกว่าการหลงทางเป็นการที่มีใครบางคนพบตัว

In the Tall Grass พงหลอนมรณะ เป็น 1 ใน 5 หนังเอวีคลูซีฟบนเน็ตฟลิกซ์ที่เอามาลงสังสรรค์ขณะสยองขวัญอย่าง เดือนตุลา-ฮาโลวีน โดยหนังเรื่องนี้นับเป็นหนังเรื่องที่ 2 ภายหลังจาก In the Shadow of the Moon ได้ออกฉายนำไปเป็นเรื่องแรกก่อนแล้ว โดยผลงานเรื่องนี้เป็นการเขียนบทแล้วก็ควบคุมโดย วินเซนโซ นาตาลี (Vincenzo Natali) ผู้เคยฝากผลงานไซไฟปริศนาชิ้นโบแดงอุอย่าง Cube (1997) ไว้เป็นที่อื้อฉาว โดยความน่าดึงดูดใจเป็นการนำเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ สตีเฟน คิง (Stephen King) ที่เขียนร่วมกับ โจ ฮิลล์ (Joe Hill) ลูกชายของคิง ซึ่งจะมีผลให้ปีนี้มีหนังที่ดัดแปลงแก้ไขจากนิยายของคิงเข้าฉายพร้อมถึง 4 เรื่องเข้าไปแล้วเป็นPet Semetary, It: Chapter 2, In the Tall Grass แล้วก็ Doctor Sleep ที่จะเข้าฉายในเดือนหน้า

ถึงแม้ว่าหนังจะไม่มีดารายอดนิยมที่มีชื่อเสียงมาเล่น มีเพียงแค่ แพทริก วิลสัน (Patrick Wilson) ที่เคยรับบทบาท เอ็ด ผัวนักไล่ผีเชื้อสายวอร์เรน จากหนังสยดสยองแฟรนไชส์ดัง The Conjuring ที่พอใช้ได้คุ้นตา แล้วก็ดาราที่เหลือเรียกว่าเกือบจะโนเนมเลยสำหรับบ้านพวกเรา แต่ว่าสิ่งที่ทำให้หนัง เอาอยู่ มากๆเป็นการเล่าเรื่องที่ล้อยั่วกับความต้องการอยากจะรู้อยากจะเห็นในใจคนอย่าง เสียงเรียกในดงหญ้ายาวไกลที่กำลังวิงวอนความให้การช่วยเหลือ การค่อยๆเผยตัวตนที่ปริศนาที่กำกวมเมื่อเจอนักแสดงใหม่ในดงหญ้าที่มาพร้อมคำใบ้แล้วก็ปริศนาใหม่ๆเสมอ และก็เมื่อพวกเราได้ทราบความนึกคิดความเกี่ยวพันอันเหยเกพิศดารของแต่ละคน ความน่าสยดสยองของสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติที่ค่อยๆปรากฏกายโดยความเป็นจริง ก็ประสมประสานความน่าสะพรึงกลัวของการกระทำมนุษย์ เปลี่ยนเป็นความน่าดึงดูดใจที่ทั้งยังหลอน แล้วก็เชิญชวนค้นหาฉากจบไปพร้อมกัน

วิลสัน ได้รับหน้าที่ที่น่าจำอีกหนึ่งเรื่องโดยส่วนที่ถูกใจมากๆของหนังที่พอเล่าได้โดยไม่สปอยล์มากมาย ก็อย่างเช่นการกำหนดข้อจำกัดที่หลอนหัวมากมายสำหรับการเอาชีวิตรอดจากดงหญ้าสูงนี้ โดยคำใบ้มาจากเด็กผู้ชายโทบิ้นนักแสดงปัญหาที่วิ่งไปๆมาๆในดงหญ้าได้โดยไม่หลงทาง เขาพูดว่า “มีแต่สิ่งไม่มีชีวิตแค่นั้นที่ต้นหญ้ากลุ่มนี้จะไม่พาย้ายที่ไปไหน” แล้วหนังก็เปิดเผยภาพทางออกเบื้องหลังวิ่งวนเวียนในทุ่งวงกตจนกระทั่งพวกเราเหนื่อยแทนนักแสดงนำ โน่นเป็นการตายเป็นศพเพียงแค่นั้น โน่นเป็นจังหวะที่พวกเราขนลุกไปพร้อมนักแสดง รวมทั้งหมดหวังกับแสงสว่างปลายอุโมงค์ขึ้นมาทันใด นี่ก็เป็นเพียงแค่หลักเกณฑ์นิดหน่อยที่หนังจากนิยายแนวคิงมักมีให้ปั่นป่วนประสาทผู้ชมคนอ่านเล่นเสมอ แล้วก็มักทำเป็นดีเสมอเช่นเดียวกัน

โทบิ้น เด็กหลอน “ถ้าหากตาย คุณก็จะไม่หลงทางอีก”

ความน่าดึงดูดใจถัดมา นอกเหนือจากปัญหาเหนือธรรมชาติซึ่งไม่อนุญาตให้คนไหนหนีออกมาจากดงหญ้าไปได้อย่างที่บอกไปแล้ว ก็คือเบื้องหลังของเรื่องที่ทำออกมาได้น่าสะพรึงกลัวมากๆไม่เพียงแต่ดงหญ้าที่ใช้เวลาอยู่ทั้งเรื่องเพียงแค่นั้น ฉากเด็ดที่ผมโปรดเป็นพิเศษเป็นโบสถ์ร้างฝั่งตรงข้ามของดงหญ้ามรณะ ที่ตั้งสูงเด่นให้ทุกนักแสดงมองเห็นแต่ว่าก็ไปไม่ถึง สิ่งก่อสร้างรอบๆที่ไม่มีให้มองเห็นสักหลัง สร้างความหมดกำลังใจปวดใจให้นักแสดงได้ดิบได้ดี เนื่องจากว่ามันไม่มีวี่แววสิ่งมีชีวิตใดจะมาช่วยเหลือพวกเขาจริงๆบรรดารถยนต์มากมายก่ายกองนานาประการแบรนด์ที่จอดจนกระทั่งเก่าเกรอะอยู่หน้าโบสถ์ ก็แสดงนัยยะเชิญชวนหลอนที่สุดว่านี่ไม่ใช่นักแสดงกรุ๊ปแรกที่ถูกดงหญ้ากลืนรับประทานหายไป ตอกย้ำซ้ำเติมความหมดกำลังใจลงไปอีกในลัษณะหนึ่งไม่ต้องกล่าวอะไรมากมาย

หนังความยาวเพียงแค่ 90 นาที แต่ว่าก็สร้างสถานการณ์พิศดารน่าดึงดูดได้ตลอดไม่มีทีท่าไวไป หรือเฉื่อยๆไปอะไร การดัดแปลงแก้ไขจากนิยายก็บิดรวมทั้งเลือกทางการเล่าใหม่ที่น่าดึงดูดมากขึ้นเรื่อยๆสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น อย่างการให้นักแสดงแฟนของนางเอกมาตามหา ซึ่งในนิยายไม่มี ก็ทำให้หนังเคลื่อนไปได้ไกลกว่านิยายไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งได้เล่นความวิปลาสในใจของนักแสดงพี่ชายของนางเอกได้อย่างน่าดึงดูดขึ้นด้วย แถมหนังไม่มีทีท่าต้องระวังคำกล่าวจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นหนังเด็ก ใจความสำคัญแรงๆก็บอกได้เล่าได้ ทำให้หนังมีวาระที่ให้คิดตามมากพอสมควร เป็นอีกหนังจากนิยายคิงที่สนุกสนานน่าดึงดูดมากมายๆขอรับ

รีวิวหนัง Knives Out – ฆาตรกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่

เรื่องย่อหนัง

หนัง Knives Out ปัญหาคดีการฆ่าของครอบครัวหนึ่ง เมื่อพวกเขาได้มาพร้อมหน้าพร้อมตากันเพื่อสังสรรค์วันเกิดของปู่ แม้กระนั้นก็เกิดเหตุนึกไม่ถึงเมื่อปู่ได้เสียชีวิตลงอย่างปัญหา ทำให้สายสืบจำเป็นต้องเข้ามาแสวงหาเพศผู้ร้าย รวมทั้งแน่ๆว่าทุกคนในบ้านต่างมีแรงกระตุ้นแล้วก็เปลี่ยนเป็นผู้ต้องสงสัย!


A detective investigates the death of a patriarch of an eccentric, combative family.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว Knives Out – การฆ่าสังหารสุขสันต์ คนใดกันฆ่าปู่!
— 9.8/10 —
เป็นหนังสอบสวนที่บันเทิงใจมากมาย! รื่นเริงตามชื่อไทยเลย
อีกทั้งจังหวะการเล่า อีกทั้งเรื่องคดี สนุกสนานจนถึงบทสำหรับพูด
ตอนมองนี่ “เหยด…เห้ย…” อุทานเป็นระยะ
ทายใจคนฆ่าปู่มิได้จริงๆมันสายรัดเอวสั้น สายรัดเอวยาวมากมายกกก

Knives Out – การฆาตกรรมรื่นเริง เป็นหนังแนวสอบสวนตามหาตัวผู้ร้าย กับเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ได้มารวมตัวกันในวันเกิดของปู่ครบรอบ 85 ปี แม้กระนั้นแล้วหลังจากนั้นก็กำเนิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อปู่ได้เปลี่ยนเป็นศพไปซะแล้ว!!! เลยทำให้มียอดสายสืบฝีมือยอดเยี่ยมจะต้องมาสืบคดีนี้ เนื่องจากว่ามันมีปมบางสิ่งอยู่ แล้วก็ทุกคนในบ้านข้างหลังนั้นเป็นผู้ต้องสงสัย!

จะรีวิวอย่างไรไม่ให้สปอยล์ดีนะ 5555 โอเตไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงพวกเราจะอุตสาหะหมายถึงKnives Out เนี่ย เป็นหนังที่น่าจับตา แล้วก็น่าดึงดูดตั้งแต่แบบอย่าง โปสเตอร์ รวมทั้งเหล่าผู้แสดง เป็นเนื่องจากว่าหนังแนวสลับซับซ้อนลึกลับซับซ้อน แสวงหามูลเหตุการถึงแก่กรรม หาคนผิด หักไปหักมา บลาๆๆๆหนังแนวนี้มันมีไม่มากมายด้วยยังไง ยิ่งทำให้หนังนี้น่าดึงดูดขึ้นไปใหญ่ แถมยังเปิดตัวได้คะแนนวิภาควิจารณ์สูงจัดๆจากเว็บไซต์มะเขือเน่า Rotten Tomatoes มากถึง 98% เสมอกันอีกทั้งทางฝั่งคนดูและนักวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยเหตุผลกลุ่มนี้ก็ยากเกินต้านที่จะเข้าไปมองละ

ทางด้านรายละเอียดก่อนเลย มันเป็นหนังสอบสวนล่ะ พล็อตใหญ่ๆเป็น มีผู้เสียชีวิต สอบปากคำ หาคนผิด เท่านั้นเลย! เป็นก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาที่พอเพียงจะคิดได้เป็น Murder on the Orient Express (2017) ซึ่งพวกเราเกลียดหัวข้อนั้นเลย แม้กระนั้นกับ Knives Out นี่ตรงกันข้ามมากมาย เนื่องจากหนังมีจังหวะการเล่าที่บันเทิงใจมากมายกกกกก รื่นเริงมากมายกกก ตัวผู้ชมยังบันเทิงใจทายใจ ได้คิดตาม บันเทิงใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เหล่านักแสดง บันเทิงใจกระทั่งถึงบทสำหรับพูดต่างๆที่เกิดขึ้นในหนังอย่างยิ่งจริงๆ ตัวสายสืบก็มิได้มองฉลาดหลักแหลมไป แบบดูแล้วทราบโน่นนี่โน่น และก็เรื่องราวมันก็มิได้สลับซับซ้อน ชักชวนปวดศีรษะ ตามไม่ทันขนาดนั้น มันเต็มไปด้วยโมเม้นแบบ อ๋อ… เหยดดดด เห้ย อารมณ์แบบน่าทึ่ง เชิญชวนอึ้งมากยิ่งกว่า ตกลงว่ามันสนุกสนานอะ 5555

วัตถุดิบและก็วิธีสำหรับในการเล่าเป็นดีเยี่ยมจริงๆเรื่องราวมันพีคขึ้นเรื่อยเพียงพอจุดที่พวกเราว่ามันพีคละ มันก็ยิ่งพีคขึ้นไปอีก จุดที่มีความรู้สึกว่าจะจบละ จบแบบงี้ละ มันก็ก้าวผ่านพวกเราไปๆมาๆกกว่านั้นอีก เป็นอีกทั้งสายรัดเอวสั้น (คิดไม่ถึง) พอเพียงไปครู่หนึ่งดันสายรัดเอวยาวอีก (เกินคาด) โห…เป็นแบบ ทายใจผิดเลยว่าจะกำเนิดอะไรขึ้นถัดไป ทายใจแบบทายใจผิดเลยจริงๆยิ่งบทเฉลยคำตอบนี่คุณเอ้ยยยย !@#$%^&

นอกจากความยอดเยี่ยมสำหรับเพื่อการเดินเรื่องแล้วก็ตัวบทแล้ว ความตรึงใจแรกที่เกิดขึ้นในหนังเลยเป็นดนตรีประกอบ เป็นเท่มาก แนวมากมาย กับหนังที่มีสไตล์ได้แบบสุดๆกับเสียงไวโอลินรัวๆเป็นเข้าจริงๆทุกฉาก!

มุมกล้องถ่ายภาพ การถ่ายทำ ยังดีที่สุดมากมาย จังหวะการพูดผู้แสดง จังหวะสายสืบกล่าว จังหวะสายลับเฉลยคำตอบ มุมกล้องถ่ายรูปทำเป็นดีจังๆ 

ทางด้านผู้แสดงขนกันมาอย่างจัดเต็มมากมาย เล่นได้ดิบได้ดีสมหน้าที่ตนเองทุกคนเลย อีกทั้ง Ana de Armas, Jamie Lee Curtis, Michael Shannon, Don Johnson, Toni Collette, Katherine Langford, Jaeden Martell, Riki Lindhome และก็ Chistopher Plummer แม้กระนั้นขอเอ่ยถึงสองดาราที่แสดงได้โคตรน่าประทับใจ คนแรกเลยเป็น Daniel Craig ในบทสายลับยอดความสามารถ Benoit Blanc เป็นเป็นตัวละครที่ เท่มาก ยียวนกวนมากมาย โคตรชื่นชอบในตัว Craig เลย เป็นเวลามองเห็นเขาแต่ละฉากแบบ เหยยย โก้เก๋ว่ะ ไม่ราวกับแบบความโก้ในบท James Bond แม้กระนั้นมันเป็นความเก๋แบบ เป็นเท่อะ จะต้องไปดูจริงๆ555

และก็ที่ตีบทแตกกระจายจำต้อง Chris Evans เลย เป็นไม่เหลือภาพจำความเป็นสุภาพบุรุษกัปตันอเมริกาเลยแม้กระทั้งเสี้ยวเดียว ไม่มีฉากไหน มุมไหน คำกล่าวไหนที่ชักชวนให้รำลึกถึง Steve Rogers ที่พวกเรารู้จักดีเลยแม้แต่น้อย แม้เขาจะแปลงเป็นภาพจำของตัวกัปตันอเมริกาไปและตาม แต่ว่าในหัวข้อนี้เป็นเล่นได้กวนโอ๊ย กวนโอ้ย กวนตีนนนน แล้วก็สบถหลายครั้ง 555 “Hey! LANGUAGE! CAP!!!” เป็นเพียงแค่จากในแบบอย่างโน่นส่วนน้อยมากมาย

แม้กระนั้นเหนือความยอดเยี่ยมทั้งสิ้นทั้งหมดนั้น ยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้างบางส่วน ไม่ถึงกับเป็นแผลเหวอะ แม้กระนั้นก็นับว่าพลาดในเนื้อหาอะไรบางอย่างไป และก็ภายหลังๆเน้นย้ำนักแสดงสำคัญๆมากมายไปหน่อย จนกระทั่งปลดปล่อยปะปล่อยทิ้ง ทิ้งตัวละครอื่นๆไปอย่างโชคร้าย แต่ว่านอกนั้นก็ไม่เคยรู้จะติเตียนอะไรจริงๆ

สรุปสั้นๆกล้วยๆเลยจ๊ะ “จะต้องไปดู!!!”